ขานรับนโยบายรัฐบาลใหม่แจกแท็บเลตเด็ก ป1. ทั่วประเทศ

UploadImage

ผู้ค้าไอทีวิ่งฝุ่นตลบขานรับนโยบายรัฐบาลใหม่แจกแท็บเลตเด็ก ป1. ทั่วประเทศ800,000เครื่องมูลค่า5,000 ล้านบาท"อินเทล"พร้อมเปิดโต๊ะคุยรัฐบาลชูมีประสบการณ์ทำโครงการขนาดล้าน เครื่องในโปรตุเกส-อเมริกาใต้ขณะที่"โตชิบา-อัสซุส"รับสนใจด้าน"ฟอร์ท"เผยคน ไทยสามารถผลิตแท็บเลตได้เอง

นายคณวัฒน์ วศินสังวร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่านโยบายแจกแท็บเลตพีซี ให้กับเด็กนักเรียกตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ 1-6 ที่มีนักเรียนทั่วประเทศจำนวน 10ล้านคน ซึ่งในระยะเริ่มต้นจะโฟกัสไปที่เด็กนักเรียนชั้นประถมปีที่ 1 ก่อน จำนวน 800,000 คนทั่วประเทศ จะใช้วงเงินงบประมาณไม่เกิน 5,000 ล้านบาท โดยแท็บเลตพีซีดังกล่าวจะเป็นเหมือนกับอีบุ๊กมาพร้อมกับโปรแกรมการเรียนการส อน หรือคอร์สแวร์ และสามารถใช้เครือข่ายไร้สายไว-ไฟฟรีโดยการลงทุนแจกแท็บเลตให้กับเด็กนั้น หากคิดค่าใช้จ่ายต่อวันอยู่ที่ประมาณ 1.82 บาทซึ่งถือเป็นการลงทุนในการพัฒนาบุคลากรที่คุ้มค่าเป็นการเพิ่มศักยภาพคน เพื่อรองรับการเปิดประชาคมอาเซียน ปี 2558
อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ได้ลงรายละเอียด ของสเปกเครื่อง โดยอาจต้องรอการรับรองผลจากคณะกรรมการการเลือกตั้งและมีการจัดตั้งรัฐบาลโดย โครงการดังกล่าวจะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจะเป็นผู้ดูแลแต่โดย หลักแล้วน่าจะเป็นแท็บเลตหน้าจอขนาด 7 นิ้วใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เนื่องจากใช้งานโปรแกรมได้หลากหลายอีกทั้ง ยังมีความคงทนสูง กันน้ำ และกันกระแทก โดยมีราคาไม่เกิน 5,000 บาท/เครื่อง ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้เจรจากับผู้ผลิตรายใด
อินเทลจ้องคว้าโครงการ 
ด้านนายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐกรรมการผู้จัดการ บริษัทอินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าบริษัทให้ความสนใจกับโครงการคอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็ก (One Tablet per Child)แต่จะต้องขอศึกษารายละเอียดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนซึ่งคาดว่าจะ มีการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับโครงการดังกล่าวแน่นอนโดยขณะนี้มีหลาย ทางเลือกในการนำเสนออุปกรณ์คอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอนสำหรับเด็กหลาย ทางเลือก

ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทมีประสบการณ์ในการนำ เสนอคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอนสำหรับเด็กที่มีขนาดระดับ1ล้านเครื่อง ในโปรตุเกส บราซิล และกลุ่มประเทศในอเมริกาใต้โดยที่นำเสนอในต่างประเทศส่วนใหญ่จะเป็นเครื่อง คลาสเมตพีซี ที่มีลักษณะเป็นเน็ตบุ๊ก หน้าจอ 9 นิ้วมีคีย์บอร์ดแต่ในรูปแบบของแท็บเลต ยังไม่เคยมีประสบการณ์นำเสนอมาก่อน แต่ก็เป็นโครงการที่น่าสนใจอย่างไรก็ตามมองว่าราคาที่กำหนดไว้อยู่ที่ 5,000 บาทต่อเครื่องซึ่งรวมทั้งซอฟต์แวร์การเรียนการสอน หรือ คอร์สแวร์ เป็นเรื่องท้าทายโดยถือเป็นราคาค่อนข้างต่ำ
นายเอกรัศมิ์ กล่าวว่าแนวทางการนำอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอน สำหรับเด็กนั้น ในแง่บริษัทคงไม่ได้มุ่งนำเสนอเพียงแค่ ฮาร์ดแวร์ คือ แท็บเลต อย่างเดียวแต่จะนำเสนอเป็นโททัลโซลูชัน ที่ประกอบด้วย ฮาร์ดแวร์,ซอฟต์แวร์การเรียนการสอนซอฟต์แวร์จัดการการเรียนการสอนการควบคุม การกระจายสื่อ หรือเนื้อหาการเรียนการสอน รวมถึงบริการดูแล และบำรุงรักษาเครื่อง
"การใช้แท็บเลตที่เป็นอุปกรณ์สั่งการด้วย ทัชสกรีน น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเด็กเล็กมากกว่าคีย์บอร์ด โดยเด็กเล็กส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อสร้างคอนเทนต์ แต่ใช้สำหรับดู และอ่านมากกว่า"
อัสซุสสนแต่รอดูทีโออาร์ 
ด้านนายพรเทพ วัชรอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัทอัสซุสเทค คอมพิวเตอร์(ประเทศไทย)จำกัดกล่าวว่า บริษัทให้ความสนใจโครงการแท็บเลตเด็กนักเรียนของรัฐบาลใหม่ เพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มียอดการซื้อสูงซึ่งเชื่อว่าไม่มีผู้ผลิตราย ใหญ่สามารถผลิตสินค้าเพียงรายเดียวรองรับโครงการดังกล่าวทั้งหมดน่าจะเปิด ให้ผู้ผลิตหลายรายเข้าร่วมโครงการอย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียด โครงการออกมาถ้าทีโออาร์ออกมาก็สนใจเข้าไปศึกษาและอยู่ในช่วงสอบถามไปยัง บริษัทแม่ว่าสามารถผลิตสินค้าตามทีโออาร์ที่กำหนดได้หรือไม่

โตชิบาเชื่อกระตุ้นตลาด 
ส่วนนายถกล นิยมไทย ผู้จัดการประจำประเทศไทย ฝ่ายสินค้าไอที บริษัทโตชิบา (ไทยแลนด์) จำกัดกล่าวว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่น่าสนใจซึ่งอาจจะช่วยกระตุ้นให้ ตลาดแท็บเลตคึกคักขึ้นอย่างไรก็ตามต้องขอศึกษารายละเอียดก่อนโดยเชื่อว่าผู้ ผลิตทุกรายสนใจโครงการดังกล่าว แต่ราคาที่กำหนดไม่เกิน 5,000 บาทน่าจะเป็นโอกาสของโลคัลแบรนด์ หรือผู้ผลิตโออีเอ็มที่สั่งจากโรงงานผลิตในไต้หวันที่มี50-60 โรงงานมาติดแบรนด์ตัวเองแต่สำหรับผู้ผลิตแบรนด์เนมราคาดังกล่าวนั้นค่อนข้าง ลำบากเพราะปัจจุบันขายแท็บเลตกันอยู่ที่ราคาหมื่นกว่าบาทซึ่งหากต้องการเข้า ร่วมโครงการดังกล่าวอาจต้องจัดทำเป็นสินค้ารุ่นพิเศษสำหรับนักเรียนขึ้นมา

แนะรัฐลงทุนอุปกรณ์เรียนรู้ 
ขณะที่แหล่งข่าวจากวงการไอทีรายหนึ่งกล่าวว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ ดีถือเป็นการลงทุนด้านการพัฒนาบุคลากรของประเทศอย่างไรก็ตามในการลงทุนไม่ ควรมองเป็นแค่อุปกรณ์ หรือดีไวซ์แต่ควรมองว่าเป็นการลงทุนอุปกรณ์การเรียนรู้ที่ประกอบด้วยตัว ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์การศึกษา และการดูแลรักษาซึ่งการตั้งราคาอุปกรณ์ดังกล่าวไว้ต่ำเกินไป อาจทำให้โครงการดังกล่าวไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

"การมองเฉพาะฮาร์ดแวร์อย่างเดียวโครงการ มีโอกาสสำเร็จและล้มเหลวซึ่งถ้าจะให้โครงการดังกล่าวทำงานได้และเป็นไปตาม เป้าหมายรัฐบาล จะต้องมองเป็นโซลูชันสำหรับการศึกษา ที่มีทั้งแท็บเลตซอฟต์แวร์การเรียนการสอน และการบำรุงรักษาซึ่งการเอาแท็บเลตไปให้เด็กใช้นั้นมีความเสี่ยงในเรื่องของ เครื่องหายและชำรุดซึ่งจะต้องมีแผนรองรับส่วนนี้ด้วย"
คนไทยทำแท็บเลตได้ 
ขณะที่นายสวัสดิ์ เอิบโชคชัย ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาบริษัทฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน)กล่าวว่าที่ผ่านมาได้พัฒนาต้นแบบคอมพิวเตอร์พกพาแบบแท็บเลตขึ้น มาภายในบริษัทประมาณ 1 ปีแล้ว โดยที่ผ่านมายังไม่มีใครรู้ว่าบริษัทไทยสามารถพัฒนาแท็บเลตขึ้นมาเองได้ ซึ่งจากการที่รัฐบาลใหม่มีนโยบาย One Tablet per Child จึงสนใจและพร้อมร่วมกับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทย เพื่อสร้างแท็บเลต สำหรับการศึกษาของเด็กไทยขึ้นมาโดยจะมีการออกแบบสินค้าให้สามารถใช้งานได้ อย่างมีเสถียรภาพและแข็งแรงทนทานและ เหมาะกับการใช้งานของคนไทยอาทิสามารถใส่แบตเตอรี่แบบAAA ได้ ขณะที่โปรแกรมสำหรับการศึกษาและอีเลิร์นนิ่งซึ่งในการลงโปรแกรมจะต้องได้รับ อนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการส่วนราคาเครื่องนั้นสามารถผลิตได้ในราคา ประมาณ3,000-5,000 บาท แต่มีเสถียรภาพ และความคงทนกว่าสินค้าจากจีน

"ที่ผ่านมาบริษัทเป็นผู้ผลิตแผงวงจร ฮาร์ดดิสก์ให้กับเวสเทิร์นดิจิตอลเดือนละ2 ล้านชิ้น ดังนั้นเชื่อว่าสามารถผลิตแท็บเลต 800,000 เครื่องได้โดยไม่มีปัญหาขณะเดียวกันก็จะรวบรวมนักพัฒนาโปรแกรมคนไทย เข้ามาร่วมโครงการ เพื่อพัฒนาเครื่องมือทางการศึกษาแห่งชาติซึ่งก็จะช่วยให้เงินหมุนเวียนใน ประเทศ ดีกว่าไปสั่งสินค้าราคาถูกจากจีน ที่ไม่มีความเสถียร มีอายุการใช้งานไม่แน่นอนเข้ามาให้เด็ก"
อนึ่งในอินเดียมีโครงการแท็บเลตเพื่อการ ศึกษา โดยบริษัท Sakshat ในอินเดีย ได้ผลิตคอมพิวเตอร์พกพา แท็บเลตราคาถูกหน้าจอขนาด 7 นิ้ว ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ โดยสเปกของSakshat Tablet มีหน่วยความจำ หรือแรม ขนาด 2 กิกะไบต์ และมีหน่วยความจำภายในสำหรับจัดเก็บข้อมูลขนาดความจุ32 กิกะไบต์ มีด้านกล้องหน้าออกมาขายให้กับประชาชน ราคา 35 ดอลลาร์สหรัฐฯหรือประมาณ1,085 บาทซึ่งรัฐบาลอินเดียได้เข้ามาอุดหนุนให้กับนักเรียนซื้อไปใช้เพื่อการศึกษา ในราคา 25 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ775 บาท ขณะที่เกาหลีใต้ประกาศแจกแท็บเลตให้เด็กนักเรียนทุกคนภายในปี2015 
ที่มา: หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 10 - 13 ก.ค. 2554