ตำรวจใหม่10,000 คน รับทั้งชาย-หญิง แต่ระวังแก๊งหลอก

UploadImage

ภายหลังจากก่อนหน้านี้ ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เดินหน้ายุทธศาสตร์ การบริหารจัดการแนวใหม่ขึ้นในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะโครงการด้าน “การบำรุงขวัญและกำลังใจข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อย” ทั้งที่มีวุฒิปริญญาตรีและไม่มีวุฒิปริญญาตรี ได้มีโอกาสสอบแข่งขันเพื่อเลื่อนชั้นเป็นนายตำรวจสัญญาบัตร มากถึง 7,000 อัตรา นอกจากจะมีโครงการสอบแข่งขันภายในแล้ว ยังได้มี โครงการ “อบรมดาบตำรวจอายุ 53 ปี” ขึ้นไปให้ได้เลื่อนตำแหน่งและเลื่อนยศแบบเลื่อนไหลเป็น “ร้อยตำรวจตรี” โดยการฝึกอบรมตามโครงการนี้ มี “ดาบตำรวจ” ทั่วประเทศที่เข้าหลักเกณฑ์ได้เข้าร่วมอบรมเลื่อนไหล จำนวน  26,133 นาย

ทั้ง 2 โครงการทาง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.ท.เรืองศักดิ์  จริตเอก  ผบช.ศ.เป็นผู้ขับเคลื่อน โครงการจุดประสงค์หลักเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการตำรวจชั้น ผู้น้อยทั่วประเทศ ซึ่งทั้ง 2 โครงการก็เสร็จลุล่วงไปด้วยดี

มีการตั้งคำถามติดตามมาทันทีว่า ในเมื่อปี 55 ตำรวจชั้นประทวนทั่วประเทศจะขยับขึ้นไปเป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตร มากกว่า 3 หมื่นคน แล้วจะนำกำลังตำรวจชั้นประทวนที่ไหนมาทดแทน?

ที่สำคัญเป็นที่ทราบกันดีว่า ข้าราชการตำรวจในระดับ “มดงาน” หรือระดับผู้บังคับหมู่ ที่จะต้องเข้าไปทำงานใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุดอยู่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงนั้นยังมีความจำเป็นอย่างมาก เมื่อมีการเลื่อนไหลก็ย่อมต้องมีการเข้ามาทดแทนที่หายไป

อย่างไรก็ดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ทาง พล.ต.ท.เรืองศักดิ์  ผบช.ศ. ซึ่งดูแลรับผิดชอบ กองบัญชาการศึกษา และรับผิดชอบการสอบแข่งขันเข้ารับราชการตำรวจโดยตรง ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำลังเร่งขับเคลื่อนปัญหาการขาดแคลนกำลังพลระดับชั้นผู้น้อย ดังนั้นจึงมีความจำเป็นจะต้องเร่งสรรหาตำรวจชั้นผู้น้อยมาทดแทนกำลังที่ขาด อยู่ จึงได้อนุมัติให้กองบัญชาการศึกษา (บช.ศ.) ดำเนินการรับสมัครสอบแข่งขันบุคคลภายนอกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการ ตำรวจชั้นพลตำรวจ หรือชั้นประทวน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 จำนวน 10,000 อัตรา

ผบช.ศ. กล่าวต่อว่า การรับสมัครสอบจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก รับสมัครจากบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิประกาศนียบัตรประโยคมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่า เพื่อบรรจุเป็น นักเรียนนายสิบตำรวจ (นสต.) จำนวน 9,500 อัตรา โดยใช้วิธีการคัดเลือกด้วยวิธีการสอบ แยกเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ นสต. (ชาย) จำนวน 9,050 อัตรา และนักเรียนนายสิบตำรวจหญิง นสต.(หญิง) จำนวน 450 อัตรา

ส่วนกลุ่มที่สอง เป็นกลุ่มระดับ ชั้นประทวน รับสมัครจากบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิประกาศนียบัตรประโยคมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่า เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็น ข้าราชการตำรวจชั้นประทวน (ทำหน้าที่ธุรการ) ในกลุ่มงานอำนวยการและสนับสนุนจำนวน 500 อัตรา วิธีการสอบแข่งขัน โดยทั้ง 2 กลุ่ม รับสมัครทั้งเพศชาย และหญิง ทั้งนี้มีหน่วยงานที่ดำเนินการรับสมัครและจัดเป็นสนามสอบรวม 13 หน่วยงาน คือ กองบัญชาการตำรวจนครบาล, ตำรวจภูธรภาค 1-8, ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้, กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกองบัญชาการศึกษา

กระบวนการขั้นตอนแผนการปฏิบัติงานในการดำเนินการรับสมัครคัดเลือกและสอบแข่ง ขันที่ทุกหน่วยต้องดำเนินการพร้อมในคราวเดียวกัน โดยสรุปดังนี้  ได้เริ่มออกประกาศรับสมัครและประกาศรับสมัคร 2 เม.ย. ที่ผ่านมา จากนั้นได้เริ่มเปิด รับสมัครทางอินเทอร์เน็ต  10 เม.ย.-3 พ.ค. 55 เสร็จแล้วประกาศรายชื่อ ผู้สมัครให้สอบข้อเขียน ผังที่นั่งสอบและสถานที่สอบข้อเขียน 1 มิ.ย. 55 กำหนดสอบข้อเขียน 10 มิ.ย. 55  หลังจากนั้นจะ ประกาศรายชื่อ ผู้สอบผ่านข้อเขียนและให้ เข้าทดสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง 21 มิ.ย. 55 ทั้งนี้ทดสอบภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) สำหรับชั้นประทวน ทำหน้าที่ธุรการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 25-26 มิ.ย.55, ทดสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ว่ายน้ำ, วิ่ง, ตรวจร่างกาย, สัมภาษณ์) 2-16 ก.ค. 55  จากนั้นทาง บช.ศ. จะประกาศผลสอบรอบสุดท้าย (ผู้ได้รับคัดเลือก/ผู้สอบแข่งขันได้) 23 ก.ค. 55 ผู้ที่ได้รับคำสั่งบรรจุเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ จะต้องมารายงานตัวเข้ารับการฝึกอบรม 1 ส.ค. 55
  
ผบช.ศ. กล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการเปิดสอบครั้งนี้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดมาตรการป้องกันการทุจริตไว้อย่างชัดเจน โดยได้สั่งการให้มีการจัดตั้งหน่วยสืบสวนหาข่าวทั่วประเทศทั้ง 1,460 สถานีตำรวจทั่วประเทศ พร้อมกำหนดรูปแบบขั้นตอน และวิธีการดำเนินงานเพื่อป้องกันปัญหาการทุจริตด้วยการสืบสวนหาข่าว ทั้งทางตรงและทางลับ และได้จัดข้าราชการตำรวจ ชั้นสัญญาบัตรระดับ “พ.ต.อ.” ขึ้นไปของหน่วยจเรตำรวจ ร่วมสังเกตการณ์ในทุกหน่วยสอบเพื่อป้องกัน สอดส่องพฤติการณ์ที่จะก่อให้เกิดการทุจริตอย่างเข้มงวดในทุกขั้นตอนการ ปฏิบัติ

ที่สำคัญทาง บช.ศ. ได้ประสานงานให้กองบังคับการปราบปราม ตั้งชุดเฉพาะกิจสืบ สวนหาข่าวติดตามจับกุมผู้หลอกลวงเรียกร้องผลประโยชน์ในลักษณะแอบอ้างว่า สามารถวิ่งเต้นช่วยเหลือในการสอบจำพวก โดยเฉพาะพวก ’แก๊งตกเบ็ด“ จะเกาะติดดำเนินคดีอย่างจริงจังเพื่อติดตามจับกุมบุคคลเหล่านี้มาดำเนินคดี ทั้งนี้หากพบเบาะแสการกระทำความผิดสามารถแจ้ง บช.ศ. ได้โดยตรง ที่เบอร์             08-3774-6688       หรือ             0-2941-0979       ต่อ 106-109.
ข้อมูลเดลินิวส์ออนไลน์

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น